เพิ่งได้ไปเที่ยวกรุงปรากซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศสาธารณรัฐเช็กมาสดๆร้อนๆ แม้ว่าอากาศจะหนาว ลมจะเย็นเฉียบ แถมมีหิมะตกประปราย แต่ว่าก็ไม่ทำให้มนต์เสน่ห์ของกรุงปรากลดลงแม้แต่น้อย อาคารและตึกต่างๆ ยังคงพากันอวดโฉมแข่งกันหวานได้ไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆค่ะ
 
ถ้าจะให้ยกตัวอย่างเมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าโรแมนติกในยุโรป เชื่อว่ากรุงปรากคงติดอยู่ในลำดับต้นๆ เป็นแน่ เมืองทั้งเมืองมีสีสันหวานๆ ราวกับลูกกวาดในตะกร้าที่ดูแล้วละลานตาไปหมด ไม่รู้ว่าจะถ่ายรูปมุมไหนก่อนกันดี ขนาดอาคารบ้านเรือนธรรมดาๆ ยังมีการตกแต่งทาสีให้ดูสวยหวานละมุนละไมกลมกลืนกันไปทั้งเมือง
 
ถ้าใครได้มีโอกาสมาเที่ยวยุโรป ควรแวะมาเที่ยวกรุงปราก ดื่มด่ำความงามแบบยุโรปตะวันออกที่มีความคลาสสิกและมีมนต์ขลังไม่เหมือนที่ไหนๆในโลก (ควรมีเวลาซัก 2-3 วันในการเดินเที่ยวให้ทั่วเมือง) จุดเด่นของกรุงปรากคงจะหนีไม่พ้นปราสาทปรุงปราก ที่ไม่ว่าจะอยู่จุดไหนในตัวเมืองก็สามารถเห็นปราสาทที่ตั้งอยู่บนเนินเขากลางใจเมืองได้ทั่วกัน อีกที่คือเขตเมืองเก่า (Old Town) ที่มีความงดงามในทุกมุมถนนโดยเฉพาะที่จตุรัส Old Town Squre ที่มีนาฬิกาดาราศาสตร์ที่จะมีตุ๊กตาสาวกพระเยซูออกมาหมุนๆ โชว์ตัวเพื่อบอกเวลาทุกชั่วโมง
 
ในเอนทรี่นี้ขออัพตัวเมืองแบบคร่าวๆ เพราะกำลังต้องมนต์เมืองสีลูกกวาดแบบถอนตัวไม่ขึ้นอยู่ ส่วนในเอนทรี่ถัดๆ ไปจะพาไปดูสถานที่ต่างๆ แบบลึกๆ อีกทีค่ะ
 
จตุรัสกลางเมือง Old Town ตอนไปโชคดีมากๆ ที่เค้าจัดตลาดอีสเตอร์กันอยู่พอดี มีร้านน่ารักๆ ขายของน่ารักๆ สำหรับอีสเตอร์เต็มไปหมด 
 
อนุสาวรีย์กลางเมือง ข้างหลังคือวิหารเซนต์นืโคลัส ขนาดฟ้าเป็นสีเทายังกลบความงามของโบสถ์ไม่ได้เลย ดูกี่ที่กี่ทีก็ยังขลัง
 
Old Town Hall สามารถปีนขึ้นไปชมความงามของเมืองได้ที่นี่ด้วย ด้านล่างคือนาฬิกาดาราศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของเมือง 
 
ซูมชัดๆ เราว่าเป็นนาฬิกาที่น่ารักเอามากๆ ทุกต้นชั่วโมงจะมีคนมายืนมุงดูนาฬิกาที่มีสาวกพระเยซูออกมาหมุนๆ ให้ดู ไม่รู้ว่าคนสมัยก่อนคิดได้ยังไงให้น่ารักได้ขนาดนี้
 
ภาพอีกมุมนึงของ Old Town Hall (เนื่องจากอากาศหนาวมากๆ แถมอากาศไม่ค่อยดีเลยไม่ได้ปีนไปชมเมือง แอบเสียดายนิดหน่อย T^T)
 
วิหารเซนต์นิโคลัสกลางเมือง ข้างในเข้าชมได้ฟรี แต่ว่าค่อนข้างเล็กไม่ได้อลังการมาก
 
โบสถ์ทิน ที่นี่ไม่ได้เปิดให้เข้าชม ตรงปลายยอดวิหารเหมือนปราสาทสไตล์เยอรมันเอามากๆ 
 
ตลาดอีสเตอร์ที่มีโบสถ์ทินเป็นฉากหลัง เดินเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อจริงๆนะ
 
ภาพจากมุมสูง เนื่องจากตอนเช้าๆ ร้านค้ายังไม่เปิดกันคนเลยน้อยหน่อย แต่พอตกบ่ายเนื่องแทบเดินชนกันเลย
 
 
อาคารสีหวานๆ ที่รายล้อมจตุรัส Ola Town สีสันหวานบาดตามากๆ 
 
อีกมุมนึง อาคารต่างๆ แข่งกันงามแบบไม่มีใครยอมใครเลย สีลูกกวาดสุดๆ
 
ชอบตึกนี้ที่สุดแล้ว สีชมพูแดงๆ เด่นสะดุดตากว่าใคร
 
ตึกด้านขวามีการวาดรูปบนผนังเป็นเรื่องเป็นราว มีไกด์พาลูกทัวร์มามุงตลอดเวลา
 
ตึกนี้ก็มีการวาดรูปบนกำแพงเหมือนกัน คนถ่ายรูปเยอะมากๆ 
 
การตกแต่งตลาดอีสเตอร์มีสีสันแสบตา เต็มไปด้วยลูกโป่งและไข่อีสเตอร์ เพื่อต้อนรับการมาของฤดูใบไม้ผลิ (ที่ปีนี้ไม่มีวี่แววว่าจะมีถึงในเดือนมีนาเอาซะเลย หนาวมากกกกกก)
 
มีต้นไม้ลูกโป่ง กับต้นไม้ที่มีดอกเบ่งบานเต็มไปหมด (แต่ว่าเป็นต้นไม้ปลอดเพราะต้นไม้จริงๆยังโกร๋นกันอยู่เลย)
 
ไข่อีสเตอร์ที่มีลูกไก่ น่ารักมากๆ ลูกไก่ตัวยักษ์สุดๆ
 
ไข่อีสเตอร์ที่มีการวาดลวดลายต่างๆ ขนาดใหญ่กว่าคนจริงๆ หลายเท่าตัว
 
จากจตุรัส Old Town เราก็เดินไปยังสะพานที่มีชื่อเสียงที่สุดของปรากคือ Charles Bridge นั่นเอง ตึกต่างๆ ยังคงแข่งกันน่ารักขนาดเป็นตึกที่อยู่อาศัยธรรมดาๆ ก็ยังดูไม่ธรรมดาเลย
 
ลานก่อนถึงสะพาน คนยังไม่เยอะเลยได้รูปแบบนี้มา >__< ถ้ามาเที่ยวปรากเนี่ยถ้าไม่อยากให้รูปติดนักท่องเที่ยวเยอะๆ ให้ออกมาก่อนเก้าโมง คนบางตามากๆ แต่หลังสิบโมงไปแล้วเนี่ยไม่รู้ว่ามาจากไหนกันมากมายขนาดไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยวคนอย่างเยอะเลยค่ะ
 
อีกอย่างคือถ้าเดินชนกับคนอื่นให้รีบตรวจสอบกระเป๋าตังค์เลยว่ายังอยู่มั๊ย? ที่ปรากตรงสะพานนี่ถือว่าโจรชุมมากๆ น้องๆอิตาลีเลย ยังไงต้องระวังตัวกันด้วย

สะพาน Charles Bridge ที่มีชื่อเสียง มีนักท่องเที่ยวตลอดเวลา มีสินค้าและรูปวาดขายเต็มไปหมด
 
รูปปั้นเหล่านักบุญดูขลังและอลังการมากๆ 
 
เดินข้ามสะพานประมาณห้าร้อยเมตรก็จะถึงอีกฝั่งนึง
 
สะพาน Charles Bridge สะพานแข็งแรงมากๆ ขนาดสร้างมาตั้งนานแล้วยังดูดีอยู่เลย
 
รูปปั้นที่มีชื่อเสียงที่สุด มีคนมาลูบๆ เพราะเชื่อว่าจะโชคดีและจะได้กลับมาปรากอีกด้วย
 
ปราสาทกรุงปรากตั้งอยู่บนเนินเขาข้างเมือง สามารถมองเห็นได้จากสะพานชัดมากๆ 
 
เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะไปที่สะพานไหนๆก็จะมีคนเอากุญแจมาคล้องเต็มไปหมด
 
เสียดายฟ้าไม่เป็นใจ เมฆขมุกขมัวมากๆ T^T 

เกาะน้อยๆ ที่อยู่ข้างสะพาน สามารถเข้าไปเดินเล่นได้ด้วย
 
ตึกและอาคารแถวๆ สะพาน มีสีสันน่ารักๆ เห็นปราสาทเป็นฉากหลังด้วย
 
จากนั้นเราก็เดินเล่นในตัวเมืองไปเรื่อยๆ เพราะกรุงปรากเล็กมากๆ เดินแป๊บเดียวก็หมดแล้ว ขอแปะตึกหน้าตาน่ารักๆ สีหวานๆ รวมๆ กันที่เอนทรี่นี้เยอะหน่อย ปรากทั้งหวานทั้งโรแมนติกจริงๆค่ะ

 
 
 
 
(ถ้าเงยหน้ามองตามตึกต่างๆ ดีๆก็จะเห็นว่ามีรูปปั้นน่าสนใจแบบนี้อยู่เยอะเหมือนกัน คุณผู้หญิงไปนั่งทำอะไรบนระเบียงเนี่ย >_<)
 
(ตึกนี้เหมือนปราสาทในเทพนิยายมากๆ เลยค่ะ สีหวานๆ กับทรงสวยๆ)
 
 
 
ถนนในกรุงปรากเป็นแบบนี้หมดเลย เอาหินเป็นก้อนๆมาวางต่อกัน ลากกระเป๋าทีแทบล้อพังเลยทีเดียว
 
ตลาดเปิด ถ้าอยากซื้อฝากให้มาซื้อที่นี่เพราะต่อราคาได้แถมราคาถูกกว่าร้านค้าทั่วไปอีก ของฝากที่ปรากแทบทุกร้านจะเหมือนเลียนแบบกันมา สไตล์เดียวกันหมด
 
 
 
ประทับใจรถ Tram มากๆๆๆๆ เดินทางสะดวก ได้เห็นเมืองทั่วๆ แล้วก็น่ารักกกกกก
 
วิวจากบนปราสาทปราก (เดี๋ยวอัพเอนทรี่หน้าค่ะ)
 
ทิ้งท้ายด้วยภาพพาโนรามากับ Old Town นะคะ ปรากสวยมากๆ ไปแล้วก็ยังอยากไปอีก